“ไซ(บีเรียน)” ตัวตึง ทำไมถึงชอบทำตัวแปลก!?

“ไซ(บีเรียน)” ตัวตึง ทำไมถึงชอบทำตัวแปลก!?
________


หลายๆคน คงจะชอบไถดูคลิปน้องหมาแมวไปเรื่อยๆ ซึ่งถ้าดูไปสักพักเรามักจะเจอเจ้าหมาสายพันธุ์หนึ่ง! ที่พวกมันช่างโดดเด่นเกินใคร  อย่างเจ้า “ไซบีเรียนฮัสกี้” (Siberian Husky) ที่เรียกได้ว่า เห็นทีไรก็ต้องเตรียมตัวฮาได้เลย เพราะน้องมักจะมีพฤติกรรมแสนแสบแปลกๆ มาให้ดูกันอยู่เสมอ...



ไซบีเรียน ฮัสกี้ สุนัขที่มีที่มาที่ไปจาก “หมาป่า” ในแถบไซบีเรีย ถ้ามองจากหน้าตาท่าทางเท่ ๆ เหมือนหมาป่านั้น อาจจะคิดว่าสุนัขสายพันธุ์นี้สุขุม ดุดัน แต่!!! หมาไซบีเรียนคือหนึ่งในสุนัขที่เด๋อที่สุด เพราะมักแสดงพฤติกรรมตลก ๆ ท่าทางแปลก ๆ หอนเสียงประหลาดและเป็นมิตรจนงงว่านี่มันลูกหลานหมาป่าจริง ๆ ใช่มั้ย ลบภาพหมาป่าที่ดุร้ายไปได้เลย ช่างเป็นพฤติกรรมที่น่ารักน่าชังและสร้างอาการปวดหัวให้กับเจ้าของเสียงจริงๆ แต่ทั้งหมดทั้งมวลนี้ ก็มีสาเหตุที่เป็นแรงผลักดันให้น้องมีพฤติกรรมสุดตึงขนาดนี้...




ไซบีเรียนมาจากไหน?


สุนัขไซบีเรียน ฮัสกี้เป็นหนึ่งในสายพันธุ์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก เชื่อกันว่าชนเผ่าชุกชี (Chukchi) เป็นผู้เพาะพันธุ์เพื่อใช้ลากเลื่อนและช่วยงานต่าง ๆ มีต้นกำเนิดมาจากทางฝั่งตะวันออกของไซบีเรีย ประเทศรัสเซีย โดยพัฒนาสายพันธุ์มาจากสุนัขวงศ์สปิตซ์ (Spitz)

ต่อมาในช่วงศตวรรษที่ 19 ไซบีเรียน ฮัสกี้ถูกนำตัวไปยังอลาสก้า ซึ่งที่นี่เองพวกเค้าได้รับการฝึกเพื่อลงแข่งลากเลื่อนอย่างจริงจัง และการฝึกยังคงดำเนินมาจนถึงทุกวันนี้ 

ประมาณปีค.ศ. 1899-1909 ซึ่งเป็นยุคที่มีผู้คนหลั่งไหลเข้ามายังอะเเลสกามากมาย หลังจากนั้นสุนัขสายพันธุ์นี้ก็ได้รับความนิยมอย่างเเพร่หลาย รวมถึงแคนาดาในฐานะสุนัขลากเลื่อน และเริ่มเปลี่ยนมาเป็นสุนัขเลี้ยงตามบ้านในภายหลังจนถึงปัจจุบัน



ไซบีเรียนมาจากหม่าป่าหรือไม่?


มีงานวิจัยหลายชิ้นที่รับรองว่าสุนัขพันธุ์ชิบะ อินุ ,เชา เชา และเจ้าไซบีเรียนมีบรรพบุรุษเป็นหมาป่า เพราะมี DNA ใกล้เคียงกับหมาป่ามากที่สุด แต่พวกมันนั้นแยกตัวและมีการพัฒนาจากบรรพบุรุษหมาป่ามาเป็นเวลาหลายพันปีแล้ว เพราะมีการเพาะพันธุ์ขึ้น



ไซตัวตึงกับสายพันธุ์ที่ยาวนาน


ไซบีเรียนถูกพัฒนาสายพันธุ์ ทั้งในส่วนที่เป็นปริศนานับพันปีก่อนจะเข้าสู่พื้นที่ เช่น เมื่อพวกมันเข้ามาอยู่ในสหรัฐฯ แล้วก็ถูกพัฒนาสายพันธุ์ต่อ โดยถูกเพาะเลี้ยงและฝึกฝนในหลายๆ พื้นที่ ทั้งการลากเลื่อนต่อในเขตหนาวเย็น พัฒนาสายพันธุ์ในพื้นที่กองทัพ เรื่อยมาจนถึงการพัฒนาสายพันธุ์ให้กลายเป็นสัตว์เลี้ยงในบ้าน เช่น การพัฒนาให้เจ้าไซมีขนาดเล็กลงนั่นเอง


สุดท้าย เราอาจจะพอเห็นมรดกบางอย่างของไซบีเรียน ทั้งจากที่มานับพันปี และจากประวัติศาสตร์ช่วงที่มันทำงานอย่างแข็งขันให้มนุษย์ คำถามหลายอย่างที่เราสงสัยว่า “มันเป็นอิหยังวะ?” (ฮ่าๆๆ) ก็อาจจะเกี่ยวข้องกับความปนเปของลักษณะที่ตกทอดมาอย่างยาวนาน ซึ่งบางอย่างก็ขัดแย้งกันเอง เช่น พลังงานล้นสุดๆ กับบางทีก็ขี้เกียจไปซะเฉยๆ อย่างการนอนแช่ในน้ำ หรือเดินขึ้นรถชาวบ้านหน้าตาเฉย แถมยังชอบส่งเสียงแปลกๆ แต่กลับเห่าไม่เก่ง ชอบหอนตลอดเวลา เป็นหนึ่งในซิกเนเจอร์ของเจ้าไซ โดยทั่วไปพวกมันชอบทำเสียงแปลกๆ บางทีก็ทำเลียนแบบเสียงเจ้าของหรือมนุษย์ได้ด้วย



ไซบีเรียนมีกี่สายพันธุ์?


ไซบีเรียน ถูกพัฒนาสายพันธ์มาจากสุนัขวงศ์สปิตซ์ และมีแค่สายพันธุ์เดียวเท่านั้น ก็คือเจ้า ไซบีเรียนฮัสกี้!! เพียงแต่จะมีลักษณะขนอยู่ 2 แบบ คือ แบบขนสั้นและขนยาว


  • ไซบีเรียนฮัสกี้สแตนดาร์ด (Standard) 

จะมีลักษณะ “ขนสั้น” เป็นแบบที่ตรงตามมาตราฐานของสายพันธุ์ เป็นที่นิยมในการใช้ลากเลื่อนในแถบไซบีเรีย  น้องจะมีขน 2 ชั้น แน่นๆ ซึ่งชั้นในจะสั้นและเส้นเล็ก ขนชั้นนอกจะยาวกว่า เส้นใหญ่และหยาบกว่าอีกด้วย


  • ไซบีเรียนฮัสกี้วูลี่โค้ด (Wooly coat)

จะมีลักษณะ “ขนยาว” เป็นสายพันธุ์ที่พัฒนามาจากยีนด้อยของสายพันธุ์ มีขนยาวพองฟูหนาแน่นกว่าปกติ ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของยีนส์ ขนที่หนาและฟูเป็นพิเศษนี้จะทำให้ขนเปียกชื้นได้ง่าย และอาจจะส่งผลให้เกิดโรคผิวหนังได้ง่ายอีกด้วย ไม่แนะนำให้เลี้ยงในเมืองไทยซึ่งเป็นเมืองร้อน เพราะขนจะระบายความร้อนได้ยาก



ไซแท้ต้องตาสีฟ้าจริงหรอ!?


คนส่วนใหญ่มักจะเข้าใจผิด ว่าไซบีเรียนต้องตาฟ้าเท่านั้น ซึ่งจริงๆแล้ว สีตาของไซบีเรียนมีหลายสี  เพราะว่าสีดวงตาของไซบีเรียนนั้นจะแตกต่างจากน้องหมาทั่วไป ถือว่าเป็นลักษณะเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ของไซบีเรียนอีกด้วย

อย่างเช่น สีฟ้าข้างหนึ่ง สีน้ำตาลอีกข้าง นั่นเป็นเพราะลักษณะทางพันธุกรรม บางตัวมียีนที่ควบคุมสีของตาโดยเฉพาะ ซึ่งแตกต่างจากสุนัขสายพันธุ์อื่นๆ ที่มียีนในการควบคุมสีทั้งหมดของร่างกายรวมกัน


  • ตาสีฟ้า (Blue) : เป็นยีนเด่นของไซบีเรียน เป็นสีที่แตกต่างจากสีของขนแต่จะมีความสัมพันธ์กันและโดดเด่นที่สุด ซึ่งเป็นสีที่พบได้บ่อยที่สุด ซึ่งขจะมีทั้งสีฟ้าน้ำแข็ง (Ice-Blue) และสีน้ำเงินเข้ม(Dark Blue)
  • ตาสีเหลืองอำพัน (Amber) : เกิดจากยีนที่ควบคุมสีต่างๆ ของร่างกายมีการถ่ายทอดสีมายังตา ส่วนมากไซบีเรียนที่มีตาสีนี้จะมีขนสีดำ, น้ำตาล หรือน้ำตาลเข้ม โดยสีเหลืองอำพันนั้นจะมียีนของสีฟ้าอยู่ด้วยถึงทำให้ตาอีกข้างมักจะมีสีฟ้า
  • ตาสีน้ำตาล (Brown) : ถูกควบคุมยีนด้วยการปรับเปลี่ยนของยีนเอง ทำให้ส่งผลต่อสีของขน ฉะนั้นหากสุนัขมีตาอีกข้างเป็นสีฟ้าแสดงว่ายีนที่ควบคุมตาสีน้ำตาลนั้นสูญเสียไปอีกข้าง



อะไรที่ทำให้น้องไซเป็น (ตัวตึง)!


#ตัวตึง ในที่นี้คือ น้องค่อนข้างเป็นมิตรกับคนมากๆ และเป็นธรรมชาติของสายพันธุ์น้องไซ ที่ตัวใหญ่ ขี้เล่น ใช้แรงเยอะ ชอบส่งเสียงเหมือนโวยวายตลอดเวลา จนถูกมองว่าเป็นน้องหมาปัญญาอ่อน ตัวตังเลยที่เดียว! ซึ่งในการศึกษาพฤติกรรมของน้องหมาสายพันธุ์ไซบีเรียน สามารถบอกเหตุผลได้ดังนี้


  • มีความเป็นมิตรสูง

เนื่องจากเป็นสายพันธุ์ที่สร้างมาเพื่อใช้แรงงาน ไม่สร้างมาเพื่อล่าหรือเพื่อป้องกันภัย ทำให้ไซบีเรียนไม่มีสัญชาตญาณในการระวังภัยหรือการระวังตัวแม้แต่น้อย รู้จักแต่ใช้แรงมากกว่าจะใช้สมอง และพร้อมจะให้การต้อนรับกับทุกคนที่เข้ามาทำความรู้จักหรือเดินทางผ่านเข้ามาทักทาย ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นคนหรือสัตว์ ที่ผ่านเข้ามาในสายตาของไซบีเรียน ทุกคนหรือทุกตัวล้วนเป็นเพื่อนเล่นกับไซบีเรียนทั้งนั้น


  • ขี้เล่น

ไซบีเรียนสามารถเล่นได้กับทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบตัว สำหรับเจ้าไซแล้ว น้องมองว่าไม่ใช่การล่า แต่เป็นการเล่น เพื่อความสนุก น้องไม่ชอบอยู่เฉยๆ  เพราะด้วยธรรมชาติของน้อง คือการถูกเลี้ยงมาเพื่อใช้ลากเลื่อน 


  • ไม่รู้จักเหนื่อย

ไซบีเรียนเป็นสุนัขสายพันธุ์ที่มีพละกำลังมาก เนื่องจากเป็นสุนัขที่ผสมสายพันธุ์ขึ้นมาสำหรับลากเลื่อนบนหิมะ ทำให้สุนัขสายพันธุ์นี้จึงมีพละกำลังมากเป็นพิเศษ แต่เมื่อนำไซบีเรียนมาเป็นสัตว์เลี้ยง คุณสมบัติด้านพละกำลังก็ยังคงอยู่ บวกกับความขี้เล่น เป็นมิตร ทำให้เวลาการเล่นของไซบีเรียนมีระยะเวลาที่ยาวนานกว่าสุนัขบางสายพันธุ์ เพราะว่าพลังงานที่มีอยู่ในร่างกายจะหมดไปกับการเล่น บางครั้งต้องใช้เวลาเกือบทั้งวันเลยทีเดียว แต่สำหรับคนเราแล้วการที่ไซบีเรียนสามารถเล่นได้ทั้งวันโดยไม่หยุดได้นั้น ถือว่าช่างเป็นสุนัขที่ปัญญาอ่อนเท่านั้นที่จะทำได้ เพราะสุนัขส่วนมากจะเล่นเป็นระยะเวลาสั้น ๆ และหยุดพัก พร้อมทั้งสังเกตสิ่งต่าง ๆ รอบตัว แต่สำหรับไซบีเรียนแล้ว การเล่นถือเป็นเรื่องที่สามารถทำได้ตลอดเวลา โดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยแม้แต่น้อย นี่ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำไมไซบีเรียนปัญญาอ่อน เพราะไซบีเรียนเป็นสุนัขที่มีพลังงานในการเล่นสูงมาก


  • รักอิสระเหมือนหมาป่า

ไซบีเรียนเป็นสุนัขที่มีความเป็นตัวเองสูงมาก นั้นคือหากชอบหรือต้องการทำสิ่งใดแล้วจะทำโดยไม่คิด และทำตามความต้องการของมันในทันที ไม่ฟังคำสั่งหรือคำห้ามของเจ้าของ ดังนั้นหากไซบีเรียนต้องการเล่น มันก็จะเล่น เล่น เล่นและเล่น โดยที่ไม่สนใจแม้เจ้าของจะออกคำสั่งห้ามเท่าไหร่ก็ตาม ซึ่งไซบีเรียนจะหยุดเล่นก็ต่อเมื่อมันเล่นจนพอใจหรือเล่นจนหมดแรงแล้วเท่านั้น


  • ชอบหอน (เถียงเก่ง)

ไซบีเรียนมีความสามารถในการหอนต่างกับน้องหมาพันธุ์อื่นตรงที่สามารถใช้ลักษณะเสียงในการหอนมาใช้ในการพูดได้อีกด้วย ถึงได้ขึ้นชื่อลือชาว่าเป็นน้องหมาที่พูดเก่งมากที่สุดในโลก ทั้งขี้เถียง ขี้บ่น ง้องแง้ง งอแง ซึ่งไม่ใช่แค่การออกเสียงเป็นคำคำเดียว แต่ออกเสียงได้เป็นประโยคๆ เลยทีเดียว!


  • ชอบอากาศหนาว

ขนหนาขนาดนั้นทำให้ไซบีเรียนร้อนง่ายมาก โดยเฉพาะอากาศร้อนอย่างเมืองไทย และเพื่อป้องกันไม่ให้ไซบีเรียนของเรา ขุดกาละมังน้ำแล้วนอนทับน้ำ,ลงไปแช่สระบัว ให้น้องได้อยู่ในที่อากาศถ่ายเทสะดวกไม่อบอ้าว ถ้าเปิดเครื่องปรับอากาศให้ในบางเวลาได้ยิ่งดี



**อันที่จริงแล้ว น้องก็คงไม่ได้ปัญญาอ่อนหรือแปลกแต่อย่างใด เพียงแค่ น้องมีนิสัยและพลังงานที่สูงมาก จึงทำให้น้องอยากเล่นอยู่ตลอดเวลานั่นเอง!



ทำไมไซ ชอบโวยวายเสียงดัง (หอนเก่ง) ??


ดร. ฮอลลี่ รูท-กัทเทอริดจ์ (Dr. Holly Root-Gutterbridge) นักวิจัยเกี่ยวกับสุนัขบ้านและหมาป่าจากมหาวิทยาลัยลินคอน (University of Lincoln) ในสหราชอาณาจักร บอกว่าน้องหมาไซบีเรียนจะใช้การหอนเพื่อการสื่อสารเป็นหลัก เพราะน้องได้รับการถ่ายทอดทางพันธุกรรมมาจากสายพันธุ์สุนัขลากเลื่อน ที่ต้องส่งเสียงก็เป็นเพราะพวกมันสืบเชื้อสายมาจากสุนัขลากเลื่อนที่ต้องใช้การติดต่อสื่อสารกันในฝูงด้วยเสียงหอนเพื่อประสานงาน เชื่อมความสัมพันธ์ และตอบโต้กัน

ไม่ใช่แค่หอนยามกลางคืนเท่านั้น แต่เรียกได้ว่า การหอน เป็นวิธีการสื่อสารตามปกติเลยทีเดียว ก็เลยกลายเป็นน้องหมาที่ขึ้นชื่อลือชาว่า เถียงเก่ง ทั้งร้องทั้งหอน โต้ตอบคนได้อย่างแสนรู้ 

ปกติแล้วไม่ว่าน้องหมาตัวไหนก็จะใช้วิธีเห่าในการสื่อสารกัน แต่สำหรับน้องหมาไซบีเรียนจะเน้นไปทางการหอนเสียมากกว่า เพื่อใช้ในการสื่อสารระหว่างฝูงที่อยู่ห่างไกลกันในป่ากว้างใหญ่อันหนาวเหน็บ การหอนจึงเป็นเพียงวิธีเดียวที่พวกเขาสามารถสื่อสารต่อกันและกันได้ ซึ่งเสียงที่พวกเขาหอนออกมาจะเป็นเสียงโทนต่ำ ช่วงเสียงยาว ทำให้การเดินทางของเสียงสามารถเดินไปได้ในระยะไกลถึง 10 ไมล์เลยทีเดีย



สาเหตุที่ทำให้น้อง “หอน” !


  • ต้องการสื่อสาร เตือนภัยฝูง 

เพราะ เชื้อสายน้องต้องอยู่รวมกันเป็นฝูง จึงมีการหอน เตือนภัยให้แก่สมาชิกในฝูงของตัวเอง

  • ถูกทิ้งให้อยู่ลำพัง 

ด้วยความที่ถูกเพาะพันธุ์เชื้อสายมาเป็นฝูง น้องจะไม่ชอบอยู่ตัวคนเดียว เมื่อถูกทิ้งให้อยู่ลำพังก็จะหอนด้วยความเบื่อหน่าย เหงา ซึมได้ 

  • เรียกร้องความสนใจ

นิสัยพื้นฐานของน้องไซ เป็นหมาที่อารมณ์ดี ร่าเริงและมีพลังงานเยอะ เมื่อต้องการเล่นหรือไม่มีใครสนใจ ก็จะหอนเพื่อเรียกร้องความสนใจ จนกว่าจะมีคนสนใจนั่นเอง (เหมือนเด็กเลยใช่ไหมล่ะ...)

  • ไม่ได้ใช้พลังงาน

เชื้อสายของน้อง คือพันธุ์ที่มาจากสุนัขลากเลื่อน การมีพละกำลังสูง การได้ใช้แรงงานถือเป็นกิจกรรมอย่างนึงของน้องตั้งแต่สมัยก่อน ถ้าน้องต้องนอนอยู่ทั้งวัน ไม่ได้ออกไปวิ่งเล่น หรือออกกำลังกาย จะทำให้พลังงานเหลือ เบื่อ เครียดและหงุดหงิด ส่งผลให้ หอน ออกมาเรื่อยเปื่อย และอาจจะทำลายข้าวของได้งายเลยทีเดียว



วิธีแก้ปัญหา


  • พาน้องออกกำลังกายสม่ำเสมอ
  • ฝึกให้มีวินัย
  • แสดงความรักให้น้อง
  • ไม่ปล่อยให้น้องอยู่ตัวคนเดียว
  • แบ่งเวลา และใช้เวลากับน้องให้มาก
  • พาน้องออกไปเดิน ทุกๆวัน
  • พาน้องออกไปเที่ยวบ้างเป็นครั้งคราว


จริงๆ พฤติกรรมของน้อง ต่อให้มีเชื้อสาย กรรมพันธุ์แค่ไหน แต่หากเราคอยดูแล เอาใจใส่และฝึกฝนน้อง น้องก็จะเป็นไซที่น่ารักมากๆ เช่นกัน  เพราะน้องสามารถเรียนรู้ จดจำได้เก่งหากได้รับการฝึกมาอย่างดี และสิ่งเหล่านี้จะสามารถช่วยลดพฤติกรรม การชอบหอนขอน้องได้!




สุดท้ายแล้ว การเลี้ยงหมาและการฝึกฝนคือเรื่องจำเป็นพวกมันอาจไม่ได้แปลกเพียงแต่มีนิสัยและพฤติกรรมที่โดดเด่นกว่าหมาพันธุ์ทั่วๆไปเท่านั้น ไม่ว่าจะจากบรรพบุรุษสืบเชื้อมาจากสายพันธุ์หมาป่าใดๆก็ตาม แต่เมื่อน้องมาเป็นสัตว์เลี้ยงของแล้ว น้องก็มีความคิดความรู้สึกเช่นเดียวกันกับมนุษย์... ใครจะบูลลี่ไซบีเรียน อาจจะรบกวนเกรงใจบรรพชน ที่เคยอยู่คู่กับมนุษย์ในดินแดนน้ำแข็งแสนไกลด้วยสักหน่อยนะ 


#CMUSTeP #MakeInnovationSimple #CreativeSTeP #SiberianHusky #Dog #ไซบีเรียนฮัสกี้ #ไซบีเรียน #ไซตัวตึง #ไซแท้ #ตัวตึง


ขอบคุณแหล่งที่มา : 

https://ngthai.com

https://meunlan.com

https://petplease.co