การทดลองล่าสุด AI มีความรู้สึกหรือไม่? ผลการศึกษาพบว่า “อาจจะมี”

ภายในเวลาไม่ถึง 5 ปี ดูเหมือนมนุษย์จะเริ่มคุ้นเคยกับการทำงานของแชทบอทแล้ว ยกตัวอย่างเช่น ChatGPT ที่เริ่มจะกลายเป็นอวัยวะที่ 33 มากขึ้นไปทุกที แต่ท่ามกลางความนิยมนั้น เหล่านักวิจัยก็ทำการศึกษาระบบปัญญาประดิษฐ์หรือ AI เบื้องหลังควบคู่กันไปเช่นกัน ผ่านหลายคำถามที่เป็นดั่งจุดเริ่มต้น ที่มีตั้งแต่คำถามในเชิงเทคนิค ไปจนถึงคำถามที่ว่า “AI มีความรู้สึกหรือเปล่า?”


อย่างการศึกษาล่าสุดจากทีมนักวิจัย Google DeepMind และ London School of Economics ที่ได้ดำเนินการศึกษาเป็นครั้งแรกเพื่อสำรวจว่าระบบปัญญาประดิษฐ์อาจแสดงลักษณะใกล้เคียงกับการรู้สึกได้หรือไม่ ผ่านการใช้ “เกมข้อความ” เป็นพื้นฐานในการศึกษา กล่าวคือเป็นการหยิบยื่นโจทย์ให้กับ AI เพื่อให้ทำคะแนนให้ได้สูงที่สุดภายใต้สองเงื่อนไข คือสามารถได้คะแนนสูงแต่เสี่ยงที่จะเจอข้อมูลที่ระบุว่าเป็นความเจ็บปวด และสามารถได้คะแนนต่ำแต่จะเจอข้อมูลที่ระบุว่าเป็นความสุข ซึ่งจากการท้าทาย AI ครั้งนี้ ผลการศึกษาระบุว่า AI มักเลือกที่จะลดความเจ็บปวดหรือเพิ่มความสุข ซึ่งชี้ให้เห็นถึงกระบวนการตัดสินใจที่ซับซ้อน


Jonathan Birch ศาสตราจารย์จาก LSE และหนึ่งในผู้นำการศึกษาครั้งนี้ได้อธิบายว่าแม้ว่าผลลัพธ์จะไม่สามารถพิสูจน์แน่ชัดได้ว่า AI มีความสามารถในการรู้สึกแบบร้อยเปอร์เซนต์ แต่ก็สร้างพื้นฐานสำคัญสำหรับการวิจัยในอนาคตได้ อีกทั้งถ้าพิจารณา AI แต่ละตัวที่นำมาศึกษา (การศึกษานี้ใช้ AI ทั้งหมด 9 ระบบ) ถึงผลลัพธ์โดยรวมจะไปในทางเดียวกัน แต่ในรายละเอียดถือว่าผลลัพธ์แตกต่างกันเล็กน้อยด้วย เช่น โมเดล Gemini 1.5 Pro ของ Google พบว่า AI เลือกที่จะหลีกเลี่ยงความเจ็บปวดเสมอ ไม่เคยเลือกตัวเลือกที่เจ็บปวดเลย เป็นต้น


โดยนักวิจัยตั้งข้อสังเกตว่า แม้ว่าการศึกษาไม่นำมาสู่การยืนยันความรู้สึกของ AI แต่ก็ดูเหมือนจะสะท้อนให้เห็นถึงวิธีที่ระบบ AI ประมวลผลสิ่งกระตุ้นที่ซับซ้อน ซึ่งข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้มีความสำคัญต่อการพัฒนาหลักเกณฑ์ทางจริยธรรมและอาจมีผลต่อการพิจารณาเกี่ยวกับผลกระทบทางสังคมและกฎหมายของพฤติกรรมที่เลียนแบบประสบการณ์ที่มีชีวิตของ AI ด้วย


อย่างไรก็ตาม ในงานวิจัยยังระบุถึงข้อบกพร่องในแนวทางการศึกษาไว้เช่นกัน คือในท้ายที่สุดแล้ว ผลลัพธ์ที่ปรากฏนี้อาจเพียงแค่สะท้อนสิ่งที่ AI “ได้รับการฝึกให้สร้างขึ้น” เพื่อตอบสนองในลักษณะที่ผู้คนพึงพอใจก็ได้ แต่อย่างน้อยผลลัพธ์ครั้งนี้ก็เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาสิทธิของ AI ในวงกว้าง เพราะถือเป็นข้อสงสัยต่อผลกระทบทางสังคมที่กว้างขึ้นในขณะที่ AI พัฒนาอย่างรวดเร็ว