ทันตแพทย์ มช. เตรียมจดทะเบียนอุปกรณ์ควบคุมรูปทรงจมูก NASOFORM สำหรับผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่ในเด็ก
2019-01-29

คณะทันตแพทยศาสตร์ มช. เตรียมจดทะเบียนการผลิตเครื่องมือแพทย์ NASOFORM อุปกรณ์ควบคุมรูปทรงจมูกสำหรับผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่ในเด็ก ผลงานวิจัยโดย รองศาสตราจารย์ ทันตแพทย์หญิง ดร.พนารัตน์ ขอดแก้ว ภาควิชาทันตกรรมประดิษฐ์ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์ กฤษณ์ ขวัญเงิน ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่สามารถช่วยแก้ไขปัญหาจมูกล้มและการผ่าตัดซ้ำของผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่ในเด็กได้ โดยเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยปรับและควบคุมรูปทรงจมูกหลังผ่าตัดแก้ไขริมฝีปากและจมูก เพื่อช่วยพยุงโครงสร้างของจมูกให้สามารถอยู่ตัวได้เอง โดยอุปกรณ์ประกอบด้วย 3 ส่วน ได้แก่ ส่วนสอดในรูจมูกทั้งสองข้าง (พยุงโครงสร้าง ลดการ ยุบตัวและคงรูปจมูก) ส่วนโครงลวด (เชื่อมประสานส่วนต่างๆให้เป็นชิ้นเดียวกัน) ส่วนแป้นด้านบน (จุดยึดติดโพรงจมูกผู้ป่วยกับอุปกรณ์) ทำให้สามารถปรับแต่งอุปกรณ์ให้เหมาะสมกับรูปจมูกของเด็กแต่ละคนได้ ซึ่งทำให้จมูกผู้ป่วยเชิดขึ้นและทรงจมูกใกล้เคียงปกติ อุปกรณ์ควบคุมรูปทรงจมูก NASOFORM ยังช่วยลดโอกาสในการผ่าตัดแก้ไขริมฝีปากและจมูกซ้ำได้ถึง 67 เปอร์เซ็นต์ (2-3 ครั้ง จากเดิม) และตัวอุปกรณ์สามารถถอดล้างทำความสะอาดได้บ่อยครั้งตามต้องการ ทั้งนี้ อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ร่วมมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนและผลักดันผลงานวิจัยและนวัตกรรมให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างผ่านช่องทางการประชาสัมพันธ์ที่สร้างสรรค์และตอบโจทย์สังคม โดยคาดว่าหากนำนวัตกรรมดังกล่าวไปใช้ในการรักษาเด็กปากแหว่งเพดานโหว่ในประเทศไทยที่มีจำนวนเฉลี่ยถึง 1,500 คน/ปี จะทำให้ภาครัฐ (สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) หน่วยงานผู้ดูแลค่าใช้จ่ายในการรักษาผู้ป่วยกลุ่มนี้ตั้งแต่เด็กแรกเกิดถึงอายุ 20 ปี) สามารถลดค่าใช้จ่ายได้ถึง 19.2 ล้านบาท / ปี หรือคิดเป็น 10 % ของค่าใช้จ่ายในการรักษา และยังสร้างความมั่นใจในการใช้ชีวิตในสังคมพร้อมคุณภาพชีวิตที่ดีแก่ผู้ป่วยได้อีกด้วย